เรื่องราวของเรา ผลิตภัณฑ์ ทำไมต้อง Elas เช็คส่วนผสม สั่งซื้อเลย ทักมาคุยได้เลย
เรื่องราวของเรา

35 ปี กับผิวที่ไม่เคยยอมแพ้

นี่ไม่ใช่เรื่องราวความสำเร็จแบบโฆษณา มันคือเส้นทางจริงๆ ที่ยาวนาน เจ็บปวด และเต็มไปด้วยความผิดพลาด — จนวันที่ยืนยิ้มหน้ากระจกได้

"ช่วงที่เป็นสิวหนัก ผมแทบไม่ส่องกระจกเลย รูปเก่าๆ ในช่วงนั้นหาแทบไม่ได้ เพราะเราไม่อยากถ่าย ตอนนั้นก็บอกตัวเองว่าเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป แต่ความจริงคือเห็นรูปตัวเองแล้วรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง

ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้อยู่ด้วย อยากให้รู้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว"
วัยรุ่น สิวเต็มหน้า

วัยรุ่น — สิวครั้งแรก

16
สิวเม็ดแรก และการเริ่มต้นที่ไม่รู้จบ

ไม่รู้อะไรเลย แค่เห็นโฆษณาว่าครีมไหนแก้สิวได้ก็ซื้อ

ผลคือสิวยิ่งเห่อหนักขึ้น จนแม่ต้องพาไปหาหมอ เป็นครั้งแรกที่รู้ว่าสิวบนหน้าตัวเองหนักพอที่หมอต้องสั่งยากิน

ยาก็กิน หน้าก็ดีขึ้น พอหยุดยา สิวก็กลับมา วนซ้ำแบบนี้อยู่นานหลายปี เปลี่ยนหมอบ้าง เปลี่ยนคลินิกบ้าง

จำได้ว่าอาม่าต้องตื่นแต่เช้าไปต่อคิวที่โรงพยาบาลผิวหนังแถวอนุสาวรีย์ แล้วกลับบ้านก่อน ผมค่อยออกไปอีกที รอหลายชั่วโมงเพื่อเจอหมอแค่ไม่กี่นาที เพราะตอนนั้นสู้ราคาคลินิกเอกชนไม่ไหว

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เพื่อนล้อว่า "หน้าอุกกาบาต" ผมแค่ยิ้ม แล้วก็เงียบ แต่ในใจรู้สึกอยู่ว่า ทำไมต้องเกิดกับเราด้วย
34
กินยาเอง — โดยไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร

หน้าใสมาก แต่ผิวกำลังส่งสัญญาณเตือน

มีช่วงหนึ่งที่ผมแก้ปัญหาด้วยการซื้อยาที่หมอเคยสั่งไปกินเองจากร้านขายยา กินแบบนี้อยู่หลายปีโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังกิน tretinoin ซึ่งเป็น vitamin A ที่แรงมาก

ช่วงแรกหน้าใสมาก ผิวขาว ปากแดง แต่ยิ่งกินนาน ผิวก็เริ่มส่งสัญญาณ หน้าแดงเพราะแห้ง ปากแห้ง ตาแห้งจนใส่คอนแทคเลนส์แล้วแกะออกแทบไม่ได้

แล้วก็มีผื่นแดงลอกข้างจมูกตามมา หมอบอกว่าเป็น Seborrheic Dermatitis ผมงง ไม่รู้คืออะไร และตอนนั้นก็ยังไม่มี Google ให้หาข้อมูลง่ายๆ แบบทุกวันนี้

อายุ 34 หน้าแดงจากยา

อายุ 34 — หน้าแดงตลอดเวลา

อายุ 38 หยุดยา สิวยังอยู่

อายุ 38 — หยุดยา สิวยังไม่ไปไหน

38
จุดเปลี่ยน — เริ่มค้นหาทางออกของตัวเอง

หยุดกินยาสิวก็ยังมีให้เห็น หน้าแดงอยู่

จุดเปลี่ยนมาตอนอายุประมาณ 30 หลังจากลาออกจากงานมาสองปี ครั้งหนึ่งขับรถกลับมาจากเพชรบุรีหลังพยายามไปขายโปรแกรมคุมสต๊อกแล้วไม่ได้งาน กลับถึงกรุงเทพกระเป๋าเหลือเงินแค่หลักพันต้นๆ

สิ่งที่ทำได้คือขายของเก่าในบ้าน เอาเงินนั้นไปซื้อสกินแคร์จากโรงงานขายส่งมาลองขายออนไลน์ แต่ระหว่างนั้น ผมเริ่มค้นข้อมูลจากต่างประเทศอย่างจริงจัง

จนไปเจองานของนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นคนคิดค้น Copper Peptide คุยกับเขาโดยตรงและขอเป็นตัวแทนในไทย เพราะที่อเมริกามันดังมากเรื่องการซ่อมแซมหลุมสิวและริ้วรอย

แต่ตอนที่ได้มาแรกๆ ผมทำพลาด เอามาทาตรงๆ กับผิวเหมือนครีมทั่วไป สิวก็ขึ้นมาอีก เพราะผิวตอนนั้นยังไม่แข็งแรงพอรับความเข้มข้นของมัน

จนได้คุยกับทีมของบริษัทแม่ที่ต่างประเทศโดยตรง เขาบอกว่าต้องเจือจางก่อนแล้วค่อยๆ ปรับความเข้มข้นขึ้นตามที่ผิวรับได้ ผมทำตาม และผิวก็ค่อยๆ เปลี่ยน

51
ตอนนี้ — ผิวแข็งแรง ยืนยิ้มหน้ากระจกได้

ใช้อะไรแปลกๆ สิวก็ยังขึ้นบ้าง แต่หน้าไม่แดง ผิวแข็งแรงมาก

จากที่หน้าแดงแทบตลอดเวลา ก็เริ่มหายแดง ผิวที่เคยระคายเคืองง่าย เคยร้อนวาบทุกครั้งที่ทาอะไรแปลกๆ ก็เริ่มรับได้มากขึ้น

ทุกวันนี้ผมทา Copper Peptide ตรงๆ บนหน้าได้เลยโดยไม่ต้องผสมอะไร ไม่แสบ ไม่มีสิวขึ้น และไม่แพ้ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว

มันไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียว แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว รู้สึกได้เลยว่าผิวมันแข็งแรงขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่หน้าดูดีชั่วคราว

Elas ทำมา 16 ปี ถ้านับตั้งแต่เริ่มขายสกินแคร์ตัวแรกก็เกือบ 20 ปี ทุกวันนี้ยังอ่านงานวิจัย ยังทดลอง ยังไม่หยุด

สิ่งที่เชื่อมาตลอดคือ ผิวของคุณไม่จำเป็นต้องพึ่งหมอไปตลอด แค่เปลี่ยนสกินแคร์ให้ถูกตัว
ปัจจุบัน อายุ 51

ปัจจุบัน อายุ 51 — ผิวแข็งแรง

ตอนนี้ผมยืนยิ้มหน้ากระจกได้แล้ว
และเชื่อว่าคุณเองก็ทำได้เหมือนกัน

ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง หรืออยากรู้ว่าผิวแบบคุณควรใช้อะไร ทักมาคุยกับผมได้เลยครับ ผมยินดีช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เหมือนที่ผมเคยหาทางออกให้ตัวเองมาได้

ดูผลิตภัณฑ์ของเรา ทักมาคุยได้เลย →